วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ตัวอย่างโครงงาน
1.ชื่อโครงงาน : อาหารคลีน
ชื่อบล็อก:http://acrcleanfood.blogspot.com/
2.ชื่อโครงงาน :กระถางต้นไม้กระต่ายน้อย
ชื่อบล็อก:http://ararabbit.blogspot.com/
3.ชื่อโครงงาน : โครงงานกะลามะพร้าวใส่เทียนหอม
ชื่อบล็อก:http://candlecocoshell.blogspot.com/
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ใบงานที่5
1.จงบอกความหมายของโครงงาน
โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าและฝึกปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินงานตามแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานและการนำเสนอผลงาน ซึ่งอาจทำเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม
โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายๆสิ่งที่อยากรู้คำตอบให้ลึกซึ้ง
หรือเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน
มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ
2.โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร
หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
3.โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท
อะไรบ้าง
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
3.2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D
3.3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทำโครงงานประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น
3.4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน(Application)
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
3.5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคำนวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ
4.จงบอกขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
4.1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
4.2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
4.3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน
4.4. การลงมือทำโครงงาน
4.5. การเขียนรายงาน
4.6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
4.2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
4.3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน
4.4. การลงมือทำโครงงาน
4.5. การเขียนรายงาน
4.6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
ที่มา1.http://www4.srp.ac.th
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ใบงานที่ 3 บริการบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ใบงานที่ 3 บริการบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ให้นักเรียน ค้นหาบริการบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 3 อย่าง
พร้อมข้อมูล + รูปภาพประกอบ + ตกแต่งให้สวยงามค่ะ
1. เวิลด์ไวด์เว็บ (WWW)
เวิลด์ไวด์เว็บ หรือเครือข่ายใยแมงมุม เหตุที่เรียกชื่อนี้เพราะว่าเป็นลักษณะของการเชื่อมโยงข้อมูล จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเรื่อยๆ เวิลด์ไวด์เว็บ เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในการเรียกดูเว็บไซต์ต้องอาศัยโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (web browser) ในการดูข้อมูล เว็บเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น โปรแกรม Internet Explorer (IE) , Netscape Navigator
2. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail)
การติดต่อสื่อสารโดยใช้อีเมลสามารถทำได้โดยสะดวก และประหยัดเวลา หลักการทำงานของอีเมลก็คล้ายกับการส่งจดหมายธรรมดา นั้นคือ จะต้องมีที่อยู่ที่ระบุชัดเจน ก็คือ
อีเมลแอดเดรส (E-mail address)
องค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย
1. ชื่อผู้ใช้ (User name)
2. ชื่อโดเมน
Username@domain_name
การใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น เช่น u47202000@dusit.ac.th คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น
2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail
3. บริการโอนย้ายไฟล์ (File Transfer Protocol)


เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายไฟล์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การโอนย้ายไฟล์สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File ) การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรับข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ในปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่จัดให้มีการดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีเช่น www.download.com
2. การอัพโหลดไฟล์ (Upload File) การอัพโหลดไฟล์คือการนำไฟล์ข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น กรณีที่ทำการสร้างเว็บไซต์ จะมีการอัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ในเครื่องบริการเว็บไซต์ (Web server ) ที่เราขอใช้บริการพื้นที่ (web server) โปรแกรมที่ช่วยในการอัพโหลดไฟล์เช่นFTP Commander
แหล่งที่มา
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ใบงานที่2 การใช้งาน web browser
วิธีการใช้งาน Internet Explorer เบื้องต้น
บทความอธิบายการใช้งานโปรแกรม Internet Explorer 7.0 การใช้คำสั่ง เมนูต่างๆ สำหรับดูข้อมูลในเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต
IE (ไออี) หรืออินเตอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ โปรแกรมสำหรับดูข้อมูล ค้นหาข้อมูลต่างๆ ใน อินเตอร์เน็ต รุ่นที่มากับ Windows Vista จะเป็นรุ่น 7.0 ซึ่งก็ได้มีการ พัฒนาความสามารถต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถด้านการป้องกันโปรแกรมประเภทสปายแวร์ที่จะเข้ามาก่อกวนคอมพิวเตอร์
การเข้าโปรแกรม
1. คลิกปุ่ม Start>All Programs>>Internet Explorer


ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมใน Internet Explorer 7
1. ชื่อเว็บไซต์ที่กำลังเยี่ยมชมอยู่ขณะนั้น
2. ปุ่มควบคุมหน้าจอโปรแกรม ปุ่มย่อหน้าจอ ปุ่มขยายเต็มจอภาพและปุ่มปิดหน้าจอโปรแกรม เมื่อไม่ต้องการใช้งานแล้ว
3. ปุ่ม Previous และ Next สำหรับย้อนกลับไปดูหน้าจอเว็บไซต์ก่อนหน้านั้นที่เคยดูมาแล้ว หรือเว็บหน้าถัดไป
4. ช่อง Address สำหรับพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชม เช่น www.honda.co.th
5. Live Seach สำหรับพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการค้นหา เช่น จะค้นหาเกี่ยวกับรถ Toyota ก็พิมพ์ Tayota ลงไป แล้วกด Enter
6. Favorites แสดงรายชื่อเว็บไซต์ที่ได้บันทึกเก็บไว้
7. เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าไปใน Favorites
8. Tab การแสดงเว็บเพจใน IE 7.0 จะใช้แท็ปแสดงแต่ละหน้าเว็บเพจ ไม่ได้เปิดเป็น window หรือหน้าจอใหม่เหมือนเวอร์ชั่นก่อนนี้ เมื่อคลิกที่แท็ป ก็จะแสดงข้อ มูลในเว็บเพจนั้นๆ
9. ปุ่ม X ไว้ปิดแท็ป
10. ปุ่มเปิดแท็ปใหม่
11. ปุ่ม Print สำหรับพิมพ์หน้าจอเว็บเพจ ออกทางเครื่องพิมพ์
12. ปุ่ม Page สำหรับการแสดงหน้าจอเว็บเพจแบบต่างๆ
13. Tools สำหรับการเรียกคำสั่งปรับแต่งการใช้งาน Internet Explorer เพิ่มเติม
14. เว็บเพจที่ถูกเปิดอ่านหรือเว็บไซต์ที่กำลังเข้าเยี่ยมชมอยู่ในขณะนั้น
15. ในเว็บเพจก็มีทั้งภาพ ข้อความ และภาพเคลื่อนไหว
16. ส่วนใดที่เลื่อนลูกศรไปชี้แล้วลูกศรเปลี่ยนเป็นรูปมือ แสดงว่าเป็นลิงค์ที่มีการเชื่อมโยงไปหา เว็บเพจหรือเว็บไซต์อื่นๆ ก็สามารถคลิกเพื่อตามไปอ่านข้อมูล ได้
17. ในเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีการจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ มีหัวข้อให้คลิกเลือกเพื่อดูข้อมูล อาจ จะอยู่ด้านบนหรือเป็นคอลัมน์อยู่ด้านซ้ายมือ
18. Scroll Bar แถบเลื่อนดูข้อมูล ที่อยู่ด้านล่าง
อ้างอิง 1.http://siamebook.com
วิธีการใช้งาน Internet Explorer เบื้องต้น
บทความอธิบายการใช้งานโปรแกรม Internet Explorer 7.0 การใช้คำสั่ง เมนูต่างๆ สำหรับดูข้อมูลในเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต
IE (ไออี) หรืออินเตอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ โปรแกรมสำหรับดูข้อมูล ค้นหาข้อมูลต่างๆ ใน อินเตอร์เน็ต รุ่นที่มากับ Windows Vista จะเป็นรุ่น 7.0 ซึ่งก็ได้มีการ พัฒนาความสามารถต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถด้านการป้องกันโปรแกรมประเภทสปายแวร์ที่จะเข้ามาก่อกวนคอมพิวเตอร์
การเข้าโปรแกรม
1. คลิกปุ่ม Start>All Programs>>Internet Explorer


ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมใน Internet Explorer 7
1. ชื่อเว็บไซต์ที่กำลังเยี่ยมชมอยู่ขณะนั้น
2. ปุ่มควบคุมหน้าจอโปรแกรม ปุ่มย่อหน้าจอ ปุ่มขยายเต็มจอภาพและปุ่มปิดหน้าจอโปรแกรม เมื่อไม่ต้องการใช้งานแล้ว
3. ปุ่ม Previous และ Next สำหรับย้อนกลับไปดูหน้าจอเว็บไซต์ก่อนหน้านั้นที่เคยดูมาแล้ว หรือเว็บหน้าถัดไป
4. ช่อง Address สำหรับพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชม เช่น www.honda.co.th
5. Live Seach สำหรับพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการค้นหา เช่น จะค้นหาเกี่ยวกับรถ Toyota ก็พิมพ์ Tayota ลงไป แล้วกด Enter
6. Favorites แสดงรายชื่อเว็บไซต์ที่ได้บันทึกเก็บไว้
7. เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าไปใน Favorites
8. Tab การแสดงเว็บเพจใน IE 7.0 จะใช้แท็ปแสดงแต่ละหน้าเว็บเพจ ไม่ได้เปิดเป็น window หรือหน้าจอใหม่เหมือนเวอร์ชั่นก่อนนี้ เมื่อคลิกที่แท็ป ก็จะแสดงข้อ มูลในเว็บเพจนั้นๆ
9. ปุ่ม X ไว้ปิดแท็ป
10. ปุ่มเปิดแท็ปใหม่
11. ปุ่ม Print สำหรับพิมพ์หน้าจอเว็บเพจ ออกทางเครื่องพิมพ์
12. ปุ่ม Page สำหรับการแสดงหน้าจอเว็บเพจแบบต่างๆ
13. Tools สำหรับการเรียกคำสั่งปรับแต่งการใช้งาน Internet Explorer เพิ่มเติม
14. เว็บเพจที่ถูกเปิดอ่านหรือเว็บไซต์ที่กำลังเข้าเยี่ยมชมอยู่ในขณะนั้น
15. ในเว็บเพจก็มีทั้งภาพ ข้อความ และภาพเคลื่อนไหว
16. ส่วนใดที่เลื่อนลูกศรไปชี้แล้วลูกศรเปลี่ยนเป็นรูปมือ แสดงว่าเป็นลิงค์ที่มีการเชื่อมโยงไปหา เว็บเพจหรือเว็บไซต์อื่นๆ ก็สามารถคลิกเพื่อตามไปอ่านข้อมูล ได้
17. ในเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีการจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ มีหัวข้อให้คลิกเลือกเพื่อดูข้อมูล อาจ จะอยู่ด้านบนหรือเป็นคอลัมน์อยู่ด้านซ้ายมือ
18. Scroll Bar แถบเลื่อนดูข้อมูล ที่อยู่ด้านล่าง
อ้างอิง 1.http://siamebook.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


